แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นํ้าหอม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นํ้าหอม แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

การแบ่งประเภทของเครื่องสำอาง (ต่อ)

วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศ สามารถแบ่งออกได้ตาม ประเภทของผลิตภัณฑ์  ประกอบด้วย
1.  สิ่งปรุงแต่งที่ใช้แต่งหน้า (Make up) หรือ บำรุงผิว (Skin care)
2.  สิ่งปรุงแต่งสำหรับใช้กับผม (Hair care)
3.  สิ่งปรุงแต่งเพื่ออนามัยในช่องปากและฟัน 
     สิ่งปรุงแต่งที่ใช้โกนหนวด อาบน้ำ และดับกลิ่นตัว
     หัวน้ำหอม และน้ำหอม (Toiletries)

และยังสามารถ แบ่งตามส่วนของร่างกายที่ใช้ ได้ดังนี้
1.  เส้นผม (Hair care) เช่น แชมพู
2.  ช่องปาก (Oral care) เช่น น้ำยาบ้วนปาก ยาสีฟัน
3.  ใบหน้า (Face) จัดอยู่ในกลุ่ม Skin care เช่น ครีมบำรุงผิวหน้า ผลิตภัณฑ์ Make up
4.  รอบดวงตา (Eye) จัดอยู่ในกลุ่ม Skin care เช่น Eye cream
5.  ริมฝีปาก (Lip care) จัดอยู่ในกลุ่ม Skin care เช่น ลิปบาล์ม ลิปกลอส
6.  ร่างกาย (Body care) หรือผิวหนังโดยทั่วไป  ได้แก่ Skin care เช่น ครีมบำรุงผิวกาย โลชั่นกันแดด กลุ่มน้ำหอมระงับกลิ่นกาย
7.  มือ (Hand) จัดอยู่ในกลุ่ม Skin care เช่น Hand cream, Hand gel
8.  เล็บ (Nail) เช่น ยาทาเล็บ น้ำยาล้างเล็บ
9.  ทรวงอก (Breast) จัดอยู่ในกลุ่ม Skin care เช่น ผลิตภัณฑ์พอกผิวทรวงอก
10. จุดซ่อนเร้น (Vagina) จัดอยู่ในกลุ่ม Skin care เช่น น้ำยาทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น
11. เท้า (Foot care) จัดอยู่ในกลุ่ม Skin care เช่น Foot cream, Foot lotion

จะเห็นได้ว่า เครื่องสำอางมีความเกี่ยวข้องกับเราแทบทุกส่วนของร่างกาย เพราะไม่ว่าใครก็อยากที่จะดูดี ดูสะอาด เพื่อเสริมสร้างบุคลิกภาพให้มีความมั่นใจ และเป็นที่พึงปรารถนาต่อผู้ที่พบเห็น


0 ความคิดเห็น

วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2556

นํ้าหอม ทำจากอะไร ?

วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เมื่อก่อนเคยคิดว่า... นํ้าหอมเป็นนํ้าที่เค้าเติมสารที่ทำให้มีกลิ่นหอมลงไป จึงทำให้มันหอม เชื่อว่าหลายๆคนชื่นชอบการใช้นํ้าหอมเพื่อระงับกลิ่นกาย หรืออาจจะช่วยเพิ่มความมั่นใจมากขึ้นเวลาที่อยู่ใกล้กับผู้คน  เพราะใครๆต่างก็ชื่นชอบของหอมๆทั้งนั้น  ในปัจจุบัน นํ้าหอมจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับใครหลายๆคนไปแล้ว เรียกว่าแทบจะขาดไม่ได้เลยก็ว่าได้

นํ้าหอม มีมากมายหลายกลิ่นหลายยี่ห้อด้วยกันนับไม่ถ้วน ซึ่งการที่มีกลิ่นหอมนั้นเกิดจาก นํ้าหอมทำมาจาก เอสเทอร์ (Ester)  ซึ่งเอสเทอร์เป็นสารอินทรีย์ที่พบมากในธรรมชาติ ในพืช สัตว์ เช่น ดอกไม้ ผลไม้ นํ้ามันพืช สารที่ทำให้เกิดกลิ่นในแมงดานา เป็นต้น  จึงทำให้ดอกไม้มีกลิ่นหอม หรือมีกลิ่นเฉพาะตัวแตกต่างกันไป  นอกจากจะพบในธรรมชาติแล้ว เอสเทอร์ยังสังเคราะห์ได้จากปฏิกิริยาระหว่าง กรดอินทรีย์ กับ แอลกอฮอล์ อีกด้วย ดังสมการข้างล่าง

                                                H2SO4, ความร้อน
                                       RCOOH   +   R’OH      ⇌        RCOOR’   +   H2O
                    กรดอินทรีย์  แอลกอฮอล์        เอสเทอร์     น้ำ

ซึ่งปฏิกิริยาข้างต้น เป็นปฏิกิริยาที่ผันกลับได้ โดยปฏิกิริยาไปข้างหน้า เรียกว่า เอสเทอริฟิเคชัน (Esterification) และปฏิกิริยาย้อนกลับ เรียกว่า ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส (Hydrolysis)

เอสเทอร์ส่วนใหญ่เป็นของเหลวที่ ระเหยง่าย และมีกลิ่นหอม จึงนิยมใช้ทำนํ้าหอมนั่นเอง

กลิ่นของเอสเทอร์บางชนิด เช่น
       Ethyl acetate          กลิ่นดอกนมแมว
       n-Butyl acetate       กลิ่นกล้วยหอม
       Methyl butyrate      กลิ่นแอปเปิ้ล
       n-Octyl acetate       กลิ่นส้ม
       Ethyl butyrate        กลิ่นสับปะรด
       Methyl salicylate     กลิ่นนํ้ามันระกำ

ประโยชน์ของเอสเทอร์

     -  นิยมใช้ทำนํ้าหอม
     -  ใช้เป็นสารแต่งกลิ่นในอาหาร
     -  ใช้เป็นตัวทำละลาย เช่น ในอุตสาหกรรมทำแลกเกอร์ นํ้ามันขัดเงา
     -  ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตเส้นใยสังเคราะห์

   เอสเทอร์บางชนิดผลิตขึ้นเพื่อ
     -  ใช้เป็นนํ้ายาล้างเล็บ (เอทิลแอซีเตต; Ethyl acetate)
     -  ใช้เป็นยาระงับปวด เช่น แอสไพริน (แอซีติล ซาลิซิลิกแอซิด; Acetyl salicylic acid)
     -  ใช้เป็นยาบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เช่น นํ้ามันระกำ (เมทิลซาลิซิเลต;
         Methyl salicylate)
         เป็นต้น


0 ความคิดเห็น

Top 5 บทความที่มีคนเปิดดูมากที่สุด