วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ระหว่าง “น้ำเชื่อม” กับ “น้ำเกลือ” อะไรที่สามารถนำไฟฟ้าได้ ?

วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2557
ผลึกของเกลือ บนขอบแก้ว
ทั้งน้ำเชื่อม และน้ำเกลือต่างก็เป็นสารละลาย ที่มีน้ำเป็นตัวทำละลาย (Solvent) เหมือนกัน  ต่างกันที่ตัวถูกละลาย (Solute)  โดยถ้าเป็น "น้ำเชื่อม" ตัวถูกละลายก็คือ น้ำตาล  ส่วน "น้ำเกลือ"   ก็จะมีเกลือแกงเป็นตัวถูกละลาย

เมื่อละลายในน้ำ สารที่สามารถนำไฟฟ้าได้คือ “น้ำเกลือ”  เพราะ เกลือเป็นสารประกอบไอออนิก เมื่ออยู่ในน้ำจะแตกตัวเป็นไอออนและถูกล้อมรอบด้วยโมเลกุลของน้ำ  การแตกตัวเป็นไอออน มีประจุ ทำให้สามารถนำไฟฟ้าได้  ส่วนน้ำเชื่อมจะไม่นำไฟฟ้า เพราะโมเลกุลของน้ำตาลไม่มีการแตกตัว และมีโมเลกุลของน้ำมาล้อมรอบโมเลกุลของน้ำตาลไว้ทั้งโมเลกุล


1 ความคิดเห็น

ดื่มนมแล้วได้อะไร ?


ในน้ำนมสีขาวขุ่นนั้น ประกอบด้วย ไขมันกระจายอยู่ในน้ำ โดยมีโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า 
“เคซีน”  ทำหน้าที่เป็นอีมัลซิฟายเออร์ คือเป็นตัวประสาน  ทำให้อนุภาคของน้ำและไขมันกระจัดกระจายแทรกกันอยู่ได้ จึงมองเห็นเป็นเนื้อเดียว

สาเหตุที่โปรตีนทำหน้าที่เป็นอีมัลซิฟายเออร์ได้ ?

เพราะในโมเลกุลของโปรตีน มีทั้งส่วนที่มีขั้ว และไม่มีขั้ว
-  ส่วนที่มีขั้ว  ได้แก่ หมู่อะมิโน (-NH2) และหมู่คาร์บอกซิล (-COOH)  ซึ่งจะจับกับน้ำ
-  ส่วนที่ไม่มีขั้ว  ได้แก่ สายโซ่ไฮโดรคาร์บอน  ซึ่งจะจับกับไขมัน

ดังนั้น ถ้าเราดื่มนม เราจะได้ทั้งโปรตีน ไขมัน และแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกายบางชนิด เช่น แคลเซียม (Ca2+)  ซึ่งช่วยในการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง  ช่วยทำให้เลือดแข็งตัว  และช่วยทำให้นมตกตะกอนในกระเพาะอาหารขณะย่อยด้วย


0 ความคิดเห็น

ชนิดของคอลลอยด์ ในชีวิตประจำวัน

สามารถแบ่งตาม สถานะของอนุภาคที่กระจายอยู่ในตัวกลาง และสถานะของตัวกลาง ได้ดังนี้

1.  ซอล (Sol) :  เกิดจากอนุภาคของของแข็งกระจายอยู่ในตัวกลางที่เป็นของเหลว  เช่น น้ำแป้ง  แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ (Mg(OH)2) ในน้ำ  กำมะถันซึ่งเป็นของแข็งกระจายอยู่ในน้ำ  เป็นต้น

2.  เจล (Gel) :  เกิดจากอนุภาคของของแข็งกระจายอยู่ในตัวกลางที่เป็นของเหลว แต่อนุภาคของของแข็งจะมีขนาดโมเลกุลใหญ่ และมีพันธะเชื่อมโยงระหว่างโมเลกุล  เช่น วุ้น เยลลี่ โปรตีน แป้งเปียก  ฯลฯ

3.  อีมัลชัน (Emulsion) :  เกิดจากอนุภาคของของเหลวกระจายอยู่ในตัวกลางที่เป็นของเหลว คือ เป็นการผสมของเหลว 2 ชนิดที่ไม่ละลายซึ่งกันและกันเข้าด้วยกัน

อีมัลชันบางชนิด จะมีการเติมสารที่ทำหน้าที่เป็นตัวประสานลงไป เรียกว่า  อีมัลซิฟายเออร์ (Emulsifier) หรือ อีมัลซิฟายอิงเอเจนต์ (Emulsifying agent)  โดยสารที่ทำหน้าที่เป็น   ตัวประสาน จะทำให้อนุภาคของของเหลวทั้งสองชนิดสามารถกระจัดกระจายแทรกกันอยู่ได้

อีมัลชันที่พบในชีวิตประจำวันมีอยู่มากมาย  เช่น น้ำนม น้ำสลัด  การขจัดคราบไขมันออกจากเสื้อผ้า  ฯลฯ

4.  แอโรซอล (Aerosol) :  เกิดจากอนุภาคของของแข็ง หรือของเหลว กระจายอยู่ในตัวกลางที่เป็นก๊าซ  เช่น ควัน  ควันไฟ  เมฆ หมอก ละอองสเปรย์  ฯลฯ


5.  โฟมของเหลว (Liquid foam) :  เกิดจากอนุภาคก๊าซแขวนลอยอยู่ในของเหลว  เช่น ฟองสบู่  ครีมโกนหนวด  เป็นต้น


6.  โฟมของแข็ง (Solid foam) :  เกิดจากอนุภาคก๊าซแขวนลอยอยู่ในของแข็ง  เช่น ฟองน้ำ  เม็ดโฟม  เป็นต้น


3 ความคิดเห็น

คอลลอยด์ คืออะไร ?

คอลลอยด์ (Colloid)  คือ ของผสมที่ประกอบด้วยอนุภาคที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง 10-7 ถึง 10-4 เซนติเมตร กระจายอยู่ในสารอีกชนิดหนึ่งซึ่งเป็นตัวกลาง (คือ อนุภาคมีขนาดอยู่ระหว่าง สารละลาย กับ สารแขวนลอย)

ตัวอย่างคอลลอยด์  เช่น น้ำนม น้ำสลัด หมอก ควันไฟ วุ้น เยลลี่ น้ำแป้ง ฯลฯ

 

อนุภาคภายในคอลลอยด์ สามารถกรองออกได้โดยใช้ กระดาษเซลโลเฟน แต่ใช้กระดาษกรองไม่ได้ เพราะสามารถผ่านช่องในกระดาษกรองได้ เนื่องจากอนุภาคคอลลอยด์มีขนาดเล็กกว่าช่องในกระดาษกรอง แต่ใหญ่กว่าช่องในกระดาษเซลโลเฟน

เนื่องจากอนุภาคคอลลอยด์มีขนาดเล็กมากจึงดูเหมือนว่าเป็นสารละลาย ต้องใช้เครื่องมือที่เรียกว่า อุลตราไมโครสโคป (Ultramicroscope) ส่องดูจึงจะเห็นว่า มีการเคลื่อนที่ชนกันตลอดเวลา ไปทุกทิศทางโดยไม่เป็นระเบียบ เรียกการเคลื่อนที่แบบนี้ว่า “Brownian movement”  ซึ่ง Robert Brown  นักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ ทดลองเป็นคนแรก

ขนาดอนุภาคที่เล็ก และมีการเคลื่อนที่ชนกันตลอดเวลานี้ ทำให้เมื่อตั้งทิ้งไว้จะไม่เกิดการตกตะกอน


0 ความคิดเห็น

ปรากฏการณ์ทินดอลล์ (Tyndall effect) ในธรรมชาติ


ลำแสงที่เห็นเมื่อแสงส่องผ่านเมฆ หรือหมอก (ซึ่งเป็นละอองน้ำกระจายอยู่ในอากาศ) เป็นปรากฏการณ์ทินดอลล์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ  เพราะเมฆ หมอก เป็น คอลลอยด์ ชนิดแอโรซอล (Aerosol)  ที่เกิดจากอนุภาคของแข็งหรือของเหลวกระจายอยู่ในตัวกลางที่เป็นก๊าซ หากเกิดขึ้นในตัวเมือง อาจจะเกิดจากควัน (เป็นคาร์บอน ซึ่งเป็นของแข็งกระจายอยู่ในอากาศ)



ปรากฏการณ์ทินดอลล์ (Tyndall effect)  คือ การให้ลำแสงที่สว่างผ่านคอลลอยด์ใดๆ แล้วเราสามารถมองเห็นลำแสงในคอลลอยด์ได้  ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ ของผสมเป็นชนิดคอลลอยด์เท่านั้น

จอห์น ทินดอลล์ นักวิทยาศาสตร์ ชาวไอร์แลนด์ ทดลองเป็นคนแรกในปี ค.ศ.1869




เหตุที่เห็นลำแสงในคอลลอยด์ ?
เพราะอนุภาคที่กระจายอยู่ในคอลลอยด์มีขนาดโตพอที่จะทำให้แสงที่ตกกระทบเกิดการสะท้อนและกระจัดกระจายมาสู่สายตาเรา  ส่วนสารละลาย มีอนุภาคเล็กมากจนไม่สามารถทำให้เกิดการกระจายแสงได้ เราจึงมองไม่เห็นลำแสง


0 ความคิดเห็น

Top 5 บทความที่มีคนเปิดดูมากที่สุด